การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มาพร้อมกับความท้าทายเรื่องคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้งที่หมอกควันจากรอบนอกพัดเข้ามา สำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องบ้านสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ การมีเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่องคือตัวเปลี่ยนเกม แต่ด้วยตัวเลือกมากมายในท้องตลาด จะไปหาซื้อที่ไหนถึงจะได้ของดีจริง? เราเป็นบริษัททำความสะอาดที่ดูแลบ้านในกรุงเทพฯ มาหลายปี เลยมีข้อมูลวงในมาฝาก ว่าควรไปซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ไหนถึงจะได้ทั้งคุณภาพ ความหลากหลาย และเหมาะกับสไตล์เมืองนี้ มาดูกันเลย!
ห้างเซ็นทรัล เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเซ็นทรัลชิดลม คือที่ที่คุณควรไปถ้าอยากได้ของดีมีระดับ ที่นี่เหมาะกับคนที่พร้อมจ่ายเพื่อแบรนด์ดังอย่าง Dyson หรือ Blueair เช่น Dyson Pure Cool Tower ราคาประมาณ 28,900 บาท ได้ทั้งเครื่องฟอกอากาศและพัดลมในตัว มาพร้อมฟิลเตอร์ HEPA ที่กรองฝุ่นละเอียดได้ถึง 99.7% หรือ Blueair รุ่นราคา 15,000-20,000 บาท ที่ให้ความเงียบและประสิทธิภาพแบบสแกนดิเนเวีย เหมาะกับบ้านใหญ่ พนักงานที่นี่รู้จริง แนะนำเครื่องที่รับมือฝุ่นและหมอกควันกรุงเทพฯ ได้ดี เหมาะมากถ้าคุณกำลังแต่งบ้านและอยากได้ของที่ทั้งสวยทั้งเก่ง
ถ้าชอบนั่งเลือกของจากโซฟา Lazada Thailand คือขุมทรัพย์ มีตั้งแต่ Xiaomi Air Purifier 3H (4,500-6,000 บาท) ไปจนถึง Philips Series 3000 ที่ราคาใกล้ 25,000 บาท Xiaomi เป็นที่นิยม ราคาไม่แรง ควบคุมผ่านแอปได้ เหมาะกับห้องเล็กถึงกลาง แต่ระวังฟิลเตอร์ปลอมหน่อย ส่วน Philips มาพร้อมเทคโนโลยี NanoProtect HEPA เหมาะกับห้องใหญ่หรือคนเป็นภูมิแพ้ จุดเด่นของ Lazada คือมีให้เลือกเยอะ แม้แต่ Worldtech ราคาแค่ 1,390 บาทก็มี ส่งเร็วในกรุงเทพฯ บางทีวันเดียวถึง ดีมากตอน AQI พุ่ง ดูเรตติ้งร้านค้าและรีวิวดีๆ จะได้ไม่พลาด
HomePro ที่สยามพารากอนหรือสุขุมวิท 31 เป็นที่นิยมในกรุงเทพฯ เพราะเข้าใจสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งความชื้นและฝุ่น มี Sharp รุ่นเริ่มต้น 2,000 บาท เหมาะกับงบจำกัดและห้องเล็ก ไปจนถึง Electrolux 10,000-15,000 บาท ที่มี UV-C ฆ่าเชื้อเพิ่ม ฟิลเตอร์ HEPA รับมือ PM2.5 ได้ดี ซึ่งสำคัญมากในเมืองที่มลพิษพุ่งตามฤดูกาล ลองเปิดเครื่องในร้านได้เลย รู้สึกถึงลมและความเงียบ พนักงานมักบอกค่าฟิลเตอร์ล่วงหน้า (600-1,500 บาท) ไม่ต้องกังวลเรื่องงบหลังซื้อ
Power Buy ในห้างอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว คือที่ที่เทคโนโลยีมาพบกับความคุ้มค่า Winix เริ่มที่ 5,000-7,000 บาท เงียบและประหยัดไฟ ดีมากถ้าเปิดทั้งวันในอากาศร้อนของกรุงเทพฯ Philips รุ่นที่นี่อยู่ที่ 15,000-20,000 บาท ฟอกอากาศเร็ว เหมาะกับบ้านใหญ่ บางทีมีลดราคา จาก 10,000 บาทเหลือ 8,000 บาทได้เลย เพราะเน้นเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการหลังการขายก็ดี เปลี่ยนฟิลเตอร์ง่าย เหมาะกับคนชอบของดีแต่ไม่อยากจ่ายแพงเกิน
WEDO AIR เป็นของดีจากคนท้องถิ่น ส่งตรงจากออฟฟิศในกรุงเทพฯ แบบไม่หวือหวา The Sqair (3,500 บาท) เหมาะกับห้อง 40 ตร.ม. ส่วน Blast Mini (10,000 บาท) รับมือได้ถึง 100 ตร.ม. เช่น คอนโดแบบเปิดโล่ง ฟิลเตอร์ HEPA กรองได้ 99.95% ออกแบบมาเพื่อหมอกควันเมืองไทย ฟิลเตอร์ถูกมาก (600-1,200 บาท) ส่งถึงมือใน 2-3 วัน คนทำเบื่อเครื่องแพงเกินจริง เลยเน้นสเปกชัดเจน ราคาเป็นมิตร เหมาะกับคนรักสิ่งแวดล้อม
ถ้าอยากได้ของระดับท็อป Dyson Demo Store ที่สยามพารากอนคือคำตอบ Dyson Purifier Cool TP09 (29,900 บาท) ฟอกอากาศพร้อมเป่าลมเย็น ช่วยชีวิตในสภาพอากาศเหนียวเหนอะของกรุงเทพฯ เทคโนโลยี Air Multiplier กระจายลมสะอาดทั่วถึง ลองในร้านได้เลย ฟิลเตอร์กรองฝุ่นละเอียด 99.95% เหมาะกับคนรักสุขภาพหรือครอบครัวในย่านหรู ราคาแรง แต่ดีไซน์และการใช้งานบอกเลยว่าคุ้มสำหรับคนมองเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นการลงทุน
Shopee Thailand เหมือนกล่องสมบัติ มีตั้งแต่ ONE HOME ราคาไม่ถึง 1,000 บาท ไปจนถึง Xiaomi 4 Lite (5,000-7,000 บาท) ที่มีฟังก์ชันฉลาดๆ รุ่นแพงหน่อยอย่าง Sharp FP-J80T (15,000-20,000 บาท) ฟอกอากาศได้ดีในห้องใหญ่ ข้อควรระวังคือต้องเลือกดีๆ ดูร้านที่มีเรตติ้งสูงและคลังในกรุงเทพฯ ส่งถึงไว 1-2 วัน เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับทุกคน ตั้งแต่นักศึกษายันคนต่างชาติที่อยากได้ดีลดี
ไม่ว่างบน้อยหรืออยากได้ของหรู กรุงเทพฯ มีครบ ลองจับคู่กับบริการทำความสะอาดของเรา บ้านคุณจะสะอาดทั้งในและนอก ไม่ว่าอากาศข้างนอกจะเป็นยังไง!